บทที่ 5 ข้อตกลง
เช้าวันต่อมา มะปรางนั่งอยู่บนเสื่อ โดยมีพ่อมนัสและแม่ศรีนั่งประกบข้าง
มะปรางนั่งนิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับชายหนุ่มตรงหน้า แต่เธอก็สัมผัสได้ว่า อินทร์กำลังนั่งกอดอกจ้องมองตรงมาที่เธอเขม็ง
ขณะเดียวกันนนท์ลูกศิษย์คู่ใจที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่ไกลนัก ก็นั่งตัวเกร็งไม่แพ้กัน สายตามองสลับไปมาระหว่างพ่อหมออินทร์กับมะปราง นนท์กลืนน้ำลายลงคอดังเอือก เพราะไม่เคยเห็นบรรยากาศตึงเครียดและกดดันขนาดนี้มาก่อน
มะปรางกำมือแน่นอยู่บนตัก ลึกๆ ในใจของเธอยังคงปากแข็งและไม่อยากเอ่ยปากขอโทษ เพราะกลัวเสียหน้าเธอพยายามส่งสัญญาณดันแขนสะกิดให้ผู้เป็นพ่อช่วยพูดให้
พ่อมนัสเห็นลูกสาวอ้ำอึ้ง ก็ทำหน้าละเหี่ยใจ พลางขยับตัวเข้าใกล้พ่อหมอ
“พ่อหมอครับ...”
“พ่อหมอ... ผมพาอีมะปรางมันมาขอขมา เมื่อวานนี้มันปากบ่ดี เว้าจ้าวๆ ตอนนี้มันรู้ซึ้งแล้วครับ เมื่อคืนนี่ผีบักเดชมันตามมาหลอกมาหลอนมันอีก พ่อหมอเมตตาลูกสาวคนเดียวของผมเถาะครับ” (พ่อหมอ... ผมพาอีมะปรางมันมาขอขมา เมื่อวานนี้มันปากมันไวไปหน่อย ตอนนี้มันรู้ซึ้งแล้วครับ เมื่อคืนผีบักเดชมันตามมาจากรุงเทพมาหลอกหลอนมันอีกแล้ว พ่อหมอเมตตาลูกสาวคนเดียวของผมเถอะ)
“แม่นจ้ะ พ่อหมอ” (ใช่ พ่อหมอ) แม่ศรีรีบช่วยเสริม ยกมือไหว้นอบน้อม
“ซ่อยอีปรางมันแน อย่าให้ผีบักเดชมันมาหลอกมันจนเป็นผีบ้าเลย ปกติมันกะบ่ค่อยเต็มบาทอยู่แล้ว” (ช่วยปรางมันเถอะ อย่าให้ผีเดชมันมาตามหลอกจนมันเป็นบ้าเลย ปกติมันก็ไม่ค่อยเต็มอยู่แล้ว)
“แม่!”
อินทร์ไม่ได้แสดงอาการแยแสต่อคำขอร้องนั้นแม้แต่น้อย
“กูสิไปซ่วยหยังได้...” (กูจะไปช่วยอะไรได้...) น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ
“กูกะแค่หมอผีต้มตุ๋นหลอกลวง ตั้งโต๊ะเอาของเป็นตาย่านมาขายหลอกเอาเงินชาวบ้านไปมื้อ ๆ ตามที่ลูกสาวพ่อมนัสเลาเว้าไว้นั่นล่ะ” (กูก็แค่หมอผีหลอกลวง ตั้งโต๊ะเอาของน่ากลัวมาขายหลอกเอาเงินให้ชาวบ้านไปวันๆ ตามที่ลูกสาวพ่อมนัสว่าไว้นั่นล่ะ)
มะปรางสะดุ้ง พ่อมนัสหันมาสะกิดแขนลูกสาวรัวๆ พลางส่งสายตาให้เธอพูดอะไรสักอย่าง มะปรางลังเลแต่เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้เธอก็คงถอยไม่ได้แล้วล่ะ
เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองสบตากับอินทร์ แล้วลองออกลูกอ้อนดู หวังใช้ความหน้าด้านกลบความผิด
“พ่อหมอขาา...” มะปรางส่งสายตาปริบๆ น้ำเสียงหวานหยดย้อยขยับมาประจบประแจงทันที
“เรื่องเมื่อวานหนูไม่ได้ตั้งใจจะว่าพ่อหมอนะคะ ทำไมใจดำแบบนี้ล่ะ? ช่วยหนูหน่อยน่า... น้าคะพ่อหมอ หนูอยากให้ผีเดชไปเกิดจริงๆ แล้วหลอกตามหลอกหนูสักที”
นนท์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับหลุดขำแต่ก็รีบเอามือปิดปากเมื่อเห็นสายตาของอินทร์เหลือบไปมอง
อินทร์ยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคู่นั่นจ้องมองมะปรางจนคนมองไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ มะปรางเริ่มทำตัวไม่ถูกเธอเริ่มเลิกเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก
“เคสของมึง...” อินทร์เปิดปากพูดขึ้น ช้าๆ และหนักแน่น “มันหนักกว่าเคสอื่น”
มะปรางรีบเงยหน้าขึ้นมอง “หนักกว่าเคสอื่นเหรอคะ?”
“เออ”
“ผีผัวเก่ามึงมันบ่แม่นผีธรรมดา มันมีความหึงความหวง มีแรงอาฆาต แล้วกะจิตที่ผูกติดนำมึงแรงกล้ามาก ยิ่งมึงหนี มันกะแฮงสิตามจนกว่าชีวิตมึงสิหาไม่” (ผีผัวเก่ามึงมันไม่ใช่ผีธรรมดา มันมีความหึงความหวง มีแรงอาฆาต และพันธะจิตที่ผูกติดกับมึงแรงกล้ามาก ยิ่งมึงหนี มันก็ยิ่งตามจนกว่าชีวิตมึงจะหาไม่)
มะปรางเริ่มหน้าเสีย
“ละ... แล้วไม่มีวิธีแก้เลยเหรอคะ?”
“คั่นสิให้กูซ่อย...” (ถ้าจะให้กูช่วย) อินทร์เว้นจังหวะ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “มันกะพอมีวิธี” (มันก็พอมีวิธี)
“วิธีอะไรเหรอคะพ่อหมอ!”
“มึงต้องมาอยู่ที่นี่”
“หา?!” มะปรางร้องเสียงหลง
“มาเป็นคนใช้กูที่นี่”
“กวาดเฮือน ถูพื้น เฮ็ดความสะอาด เฮ็ดทุกอย่างที่กูสั่ง แล้วกูสิลองคึดเบิ่งว่าสิซ่อยมึงบ่”
“จะ บ้าเหรอคะ!” มะปรางลุกขึ้นประท้วงทันที
“ฉันเป็นพนักงานออฟฟิศนะ จะให้ฉันมานอนนี่เป็นคนรับใช้หมอผีเนี่ยนะ! ไม่เอาด้วยหรอก!”
“ซั่นก็กลับกรุงเทพฯ ไปซะ หนีๆ” (งั้นก็กลับกรุงเทพไปซะ ไปๆ) อินทร์ตอบสั้นๆ ไม่แยแส แล้วทำท่าจะลุกขึ้นเดินหนี
“เดี๋ยวครับพ่อหมอ!” พ่อมนัสรีบคว้าแขนพ่อหมอให้นั่งลง ก่อนจะหันไปพูดกับมะปรางเสียงเข้ม “อีปราง! มึงอย่าเรื่องมากหลาย! อยู่กับพ่อหมอนี่ล่ะดีที่สุดแล้ว ผีบักเดชมันสิได้บ่กล้าตามมาหลอกมึง!” (ปราง! อย่าเรื่องมาก! อยู่กับพ่อหมอนี่ดีสุดแล้ว ผีเดชมันจะได้ไม่กล้าตามมาหลอก!)
“พ่อ! แต่หนู...”
“บ่มีแต่!” พ่อมนัสตัดบททันควัน แล้วหันไปส่งซิกให้กับแม่ศรี
“ตกลงครับพ่อหมอ! ผมฝากอีปรางมันแนเด้อ” (ตกลงครับพ่อหมอ ผมฝากปรางด้วยนะ) พูดจบ พ่อมนัสและแม่ศรีก็ลุกขึ้นยืนขวับพร้อมกัน มะปรางมองด้วยความงุนงง
“เอ้าพ่อ! แม่! จะไปไหนกันน่ะ!” มะปรางร้องเรียก
พ่อมนัสและแม่ศรีเดินกึ่งวิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับมามองลูกสาวสักนิด เสียงแม่ศรีตะโกนขึ้นมาจากใต้ถุนบ้าน
“เดี๋ยวแม่สิเอาเสื้อผ้ามาส่งให้เด้อลูก! อยู่กับพ่อหมอดีๆ เด้อ!” (เดี๋ยวแม่เอาเสื้อผ้ามาส่งนะลูก! อยู่กับพ่อหมอดีๆ นะ!)
มะปรางยืนอ้าปากค้าง มองตามท้ายรถกระบะที่ขับลับสายตาไปด้วยความงุนงงและทำตัวไม่ถูก เธอนึกไม่ถึงเลยว่าพ่อแม่แท้ๆ จะทิ้งเธอไว้กับหมอผีคนนี้ได้ลงคอ
"หึ..." เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังมาจากด้านหลัง
มะปรางหันขวับกลับไปมอง พ่อหมออินทร์ยืนกอดอกองเธอ ขณะที่บักนนท์เดินยิ้มกรุ้มกริ่มเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาตบไหล่มะปรางเบาๆ เชิงให้กำลังใจ
"เอาน่าพี่ปราง..." นนท์เอ่ยกลั้วหัวเราะ "อยู่กับพ่อหมอก็ไม่แย่...แค่ตื่นตีสี่มากวาดลานบ้าน ตักน้ำใส่โอ่ง เช็ดถูเรือนสักสามรอบ แล้วก็คอยเตรียมเครื่องพิธีอย่าให้ขาด ตกเย็นค่อยไปตัดใบตองมาสานขันหมากเบ็ง แล้วก็ระวังอย่าให้พ่อครูหงุดหงิดเวลาทำพิธีตอนเที่ยงคืนแค่นั้นเอง"
"ผมทำคนเดียวมาสามปีเต็มๆ ยังไม่ตายเลยพี่"
เมื่อเธอฟังจบก็แทบอยากจะกริ๊ดดด
